
แม้จะเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ประวัติความเป็นมาของต้มยำกุ้งยังคงเป็นปริศนาอยู่บ้าง ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้น หรือมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ก็มีข้อสันนิษฐานและหลักฐานบางอย่างที่พอจะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของต้มยำกุ้งได้ค่ะ
สมัยรัชกาลที่ 5
- มีการบันทึกถึงเมนู “ต้มยำ” ในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เป็นต้มยำปลาซึ่งปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว และพริก
- ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2451) ซึ่งเป็นตำราอาหารไทยเล่มแรก มีเมนู “ต้มยำเขมร” หรือ “แกงนอกหม้อ” แต่หน้าตาและรสชาติ ยังไม่เหมือนต้มยำกุ้งที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ช่วงปี พ.ศ. 2470
- เริ่มมีการกล่าวถึง “ต้มยำกุ้ง” มากขึ้น โดยปรากฏชื่อในหนังสือ “ของเสวย” ซึ่งรวบรวมเมนูอาหารที่ ม.ร.ว. กิตินัดดา กิติยากร เคยถวายแด่เชื้อพระวงศ์
- ต้มยำกุ้งในยุคนี้ คาดว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับต้มยำกุ้งที่เรากินกันในปัจจุบัน
พัฒนาการของต้มยำกุ้ง
- ต้มยำกุ้ง น่าจะได้รับการพัฒนามาจาก “ต้มยำ” แบบดั้งเดิม ที่ใช้วัตถุดิบหลักเป็นปลา
- เมื่อประเทศไทยเปิดรับ “ข้าวเจ้า” จากอินเดีย ทำให้ “สำรับกับข้าว” แบบไทย เริ่มมี “น้ำแกง” เข้ามาเป็นส่วนประกอบ
- ต้มยำกุ้ง น่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างวิธีปรุงแบบพื้นเมืองกับน้ำแกงแบบจีน จนได้รสชาติ กลมกล่อม ลงตัว

ต้มยำกุ้งในปัจจุบัน
- มีการปรับปรุงรสชาติ และวิธีการปรุง ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ต้มยำกุ้งน้ำข้น ต้มยำกุ้งน้ำใส ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน
- เป็นอาหารไทยที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ
- ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากยูเนสโก (พ.ศ. 2567)
ถึงแม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของต้มยำกุ้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยที่สะท้อนถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทยได้เป็นอย่างดี ค่ะ

