
ข่าวดี! เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ต้มยำกุ้ง” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ 🎉
ทำไมต้มยำกุ้งถึงได้ขึ้นทะเบียน?
ยูเนสโกพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น
- ความเป็นเอกลักษณ์: ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่มีรสชาติเฉพาะตัว มีความกลมกล่อม เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ครบรส สะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยในการใช้สมุนไพรและวัตถุดิบในท้องถิ่น
- วัฒนธรรมการกิน: ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่อยู่คู่คนไทยมานาน นิยมรับประทานกันในชีวิตประจำวัน และในโอกาสพิเศษต่างๆ แสดงถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการกินของคนไทย
- การสืบทอด: มีการสืบทอดสูตร และวิธีการทำต้มยำกุ้ง จากรุ่นสู่รุ่น
- ความเป็นที่รู้จัก: ต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียน
- สร้างความภาคภูมิใจ: ทำให้คนไทยภาคภูมิใจในวัฒนธรรมอาหารของตนเอง
- อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม: ช่วยอนุรักษ์ และสืบสาน ต้มยำกุ้ง ให้คงอยู่ต่อไป
- ส่งเสริมการท่องเที่ยว: ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาลิ้มลอง ต้มยำกุ้ง ในประเทศไทย
- สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ: เพิ่มมูลค่า และรายได้ ให้กับธุรกิจอาหารไทย

ต้มยำกุ้งกับ Soft Power
การขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรม เป็นการใช้ Soft Power ของไทย ในการเผยแพร่วัฒนธรรม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
นอกจากต้มยำกุ้งแล้ว ประเทศไทยยังมีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อื่นๆ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เช่น
- โขน
- นวดไทย
- โนรา
- สงกรานต์

