พระเครื่อง เครื่องราง

อันตรายจากการนอนกรนในเด็กที่ไม่ควรมองข้าม

โดยปกติแล้ว หากพูดถึงเรื่องของการนอนกรนเรามักจะต้องนึกถึงผู้ใหญ่ที่ชอบนอนกรนเสียส่วนใหญ่จริงมั้ยคะ โดยเฉพาะผู้ชายในวัยทำงานที่มักจะทำงานเหน็ดเหนื่อย แน่นอนว่าความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักย่อมส่งผลให้นอนกรนได้ ทว่านอกจากผู้ใหญ่แล้ว การนอนกรนยังสามารถเกิดขึ้นในเด็กด้วยเช่นกันนะคะ โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันค่ะ

แม่ ลูก เด็ก ทารก
แม่ ลูก เด็ก ทารก

สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยทารก ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมักจะใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการกินและการนอน จนกลายเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ ในช่วงของการนอนหลับของเด็กบางรายอาจจะมีการนอนกรนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งพ่อแม่ส่วนมากต่างก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่กับลูกน้อยของตนเองเพียงคนเดียว แต่ทว่าด้วยความชะล่าใจเหล่านี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ของอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวลูกน้อยก็เป็นได้

การนอนกรนและความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งผิดปกติของเด็ก

การนอนกรนในเด็กนั้นมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาของการอุดกั้นระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้เด็กหายใจเข้ายาก ร่างกายจึงถูกกระตุ้นให้เพิ่มแรงในการหายใจเข้ามากขึ้น กลายเป็นเสียงที่มีความผิดปกติหรือเสียงกรนเกิดขึ้นสำหรับสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้แบ่งออกเป็น ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า ซึ่งอาจจะเกิดจากโรคที่ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป มักพบเห็นได้ในกลุ่มเด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม ส่งผลให้การหายใจเข้าทำได้ยาก เนื่องจากระบบการหายใจมีความผิดปกติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นเด็กที่มีกรามขนาดเล็ก หรือลักษณะของกรามหดสั้นเข้าไปด้านใน ส่งผลให้ช่องทางเดินของลมหายใจเล็กลง หรือแม้กระทั่งเด็กที่มีต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่และเด็กที่มีโพรงจมูกอุดกั้น ซึ่งพบได้ในเด็กที่มีอาการของโรคภูมิแพ้ร่วมอยู่ด้วย

แม่ ลูก เด็ก ทารก
แม่ ลูก เด็ก ทารก

การวินิจฉัยและการรักษาเด็กนอนกรน

การตรวจรักษา แพทย์จะต้องมีการแบ่งแยกเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีการนอนกรนปกติ กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องทำการรักษาใดๆ ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มที่มีปัญหาการกรนที่เกิดจากการอุดกลั้นของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาโดยด่วนทั้งนี้ สิ่งที่พ่อแม่พึงสังเกตด้วยว่าลูกน้อยกรนแบบปกติหรือเป็นการกรนที่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ โดยเฉพาะขณะที่เด็กกรนแล้วมีอาการกระสับกระส่าย เหมือนเด็กนอนหลับได้ไม่สนิท อาจจะเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนที่ได้รับไม่เพียงพอ หากทิ้งเอาไว้นานจะส่งผลให้เลือดเป็นกรด ระบบการทำงานภายในร่างกายผิดปกติ ทำให้การเจริญเติบโตของเด็กไม่เป็นไปตามธรรมชาติ และอาจจะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวและเชื่องช้าตามมาด้วย

เห็นดังนี้แล้ว การนอนกรนก็คงจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไปสำหรับพ่อแม่ ดังนั้นหากลูกน้อยมีอาการนอนกรน ก็ควรพาลูกเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ร่วมแสดงความคิดเห็น