เมนูอาหาร
รายการอาหาร

สมุนไพร ‘ขี้เหล็ก’ แม้รสขม.. แต่อุดมด้วยสรรพคุณทางยา

ผักสมุนไพรไทยมีด้วยกันหลายชนิด และขี้เหล็กก็จัดเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาครบถ้วน ทั้งยังมีตำรับการใช้ได้ทุกส่วนของลำต้นอีกด้วย

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยโบราณสมัยก่อนจึงมักนิยมนำเอาพืชสมุนไพรรอบตัวมาใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงสุขภาพและบำบัดรักษาโรคตลอดจนอาการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งขี้เหล็กก็นับเป็นหนึ่งในอาหารทางยาที่มากด้วยสรรพคุณเช่นกัน วันนี้เราจะมาชวนคุณทำความรู้จักกับผักรสขมชนิดนี้ ..ว่าแล้วก็มาดูกันเลยค่ะ

สมุนไพร ‘ขี้เหล็ก’ แม้รสขม.. แต่อุดมด้วยสรรพคุณทางยา

ขี้เหล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia si amea Britt ซึ่งเป็นพืชในวงศ์ LEGUMINOSAE จากการศึกษาด้านฤทธิ์วิทยานั้นค้นพบว่า ขี้เหล็กเป็นผักที่มีฤทธิ์ในการกดระบบประสาทส่วนกลาง จึงสามารถต่อต้านอาการชักได้ นอกจากนี้ ยังช่วยแก้อาการปวด ยับยั้งการหดเกร็งตัวของลำไส้ ช่วยขับปัสสาวะ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้และกล้ามเนื้อมดลูก คลายตัวลง ทำให้เกิดการระบาย สร้างความผ่อนคลาย ลดภาวะความดันโลหิต ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านมาลาเรีย กระตุ้นเชื้อรา ฆ่าแมลงและกระตุ้นการจับกลุ่มเพื่อรวมตัวกับเม็ดเลือด

ขี้เหล็ก.. สุดยอดสรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย
สำหรับใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ การรับประทานขี้เหล็กจะทำให้นอนหลับง่ายและหลับสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากมันมีสารสำคัญคือ barakol ซึ่งเป็นสารที่มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับ มันจึงเป็นยานอนหลับที่มีประสิทธิภาพชั้นเยี่ยม สรรพคุณดังกล่าวยังพบว่าสอดคล้องกับการใช้ของแพทย์แผนไทยอีกด้วย โดยมักจะแนะนำให้เรานำขี้เหล็กมาประกอบอาหารทานกันในช่วงเย็น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักวิตกกังวล เครียดหรือมีปัญหานอนไม่หลับ ทานไปแล้วปัญหาดังกล่าวจะดีขึ้น นอกจากนี้ สรรพคุณจากขี้เหล็กที่พ่วงมาพร้อมเส้นใยอาหารสูงยังกระตุ้นให้การขับถ่ายทำงานดีขึ้น มันจึงป้องกันปัญหาท้องผูกได้ด้วย

สมุนไพร ‘ขี้เหล็ก’ แม้รสขม.. แต่อุดมด้วยสรรพคุณทางยา

สรรพคุณจากตำรายาไทย
ในตำรายาไทยได้ระบุสรรพคุณของขี้เหล็กไว้ว่า สามารถนำมาใช้แก้อาการเบื่ออาหาร ใช้เป็นยาระบาย รักษาโรคเบาหวาน อีกทั้งทุกส่วนของลำต้นขี้เหล็ก ก็ยังสามารถนำมาใช้เพื่อเป็นยารักษาโรคซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสรรพคุณนั่นเอง

อันตรายที่ไม่ควรใช้  
การนำใบขี้เหล็กไปตากแดดให้แห้งแล้วนำมาบดเป็นผงเพื่อบรรจุเป็นยาอัดเม็ดนั้น จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพกล่าวคือ ทำให้เซลล์ของตับเสื่อมและตายลง หรืออาจก่อให้เกิดโรคภาวะตับอักเสบจนกระทั่งทำให้เป็นโรคตับได้

คำแนะนำก่อนใช้
สำหรับวิธีการนำขี้เหล็กมารับประทานอย่างปลอดภัย ควรเลือกใช้ใบเพสลาดหรือใช้ช่วงใบตั้งแต่ยอดอ่อนจนถึงใบขนาดกลาง แต่ก่อนนำมาปรุงอาหารจะต้องนำไปต้มในน้ำเดือดจัดแล้วเทน้ำทิ้งสัก 2-3 น้ำค่ะ จากนั้นจึงจะสามารถนำไปปรุงอาหารหรือนำไปทำเป็นยาต่อไปได้ วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีพื้นบ้าน ทั้งนี้เพราะจะช่วยฆ่าฤทธิ์หรือทำลายสารที่จะก่ออันตรายแก่ตับและยังช่วยลดเลือนรสขมลงได้อีกด้วย

สมุนไพร ‘ขี้เหล็ก’ แม้รสขม.. แต่อุดมด้วยสรรพคุณทางยา

สรรพคุณจากต้นขี้เหล็กในแต่ละส่วนจากตำรายาไทย
ใบ –
ช่วยแก้ระดูขาว นิ่ว แก้เหน็บชา รักษาอาการนอนไม่หลับ แก้เหน็บชา ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย ใบรสขมถ่ายพรรดึก ถ่ายกระษัยและช่วยบำรุงโลหิต

ยอดอ่อน – รักษาโรคเบาหวาน แพทย์แผนไทยนิยมนำมาใช้ภายนอกโดยจะช่วยบรรเทาอาการเหน็บชา แก้อาการบวม วิธีการใช้คือ ให้นำส่วนของใบขี้เหล็ก 2 กำมือ ใบแก้ว 1 กำมือมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นตำให้แหลกแล้วผสมให้เข้ากับกับสุราจึงนำไปพอกหรือห่อผ้านึ่งพรมสุราเพื่อทำเป็นลูกประคบ ช่วยบรรเทาอาการของโรคเหน็บชาและขาบวม สมัยโบราณนิยมนำใบขี้เหล็กใส่ตุ่มบ่มมะม่วงหรือกล้วยดิบให้สุกเร็วขึ้น

ดอก ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ แก้โลหิต หืด ขับพยาธิ รักษารังแค เป็นยาระบาย ช่วยเจริญอาหาร บำรุงประสาท ดอกขี้เหล็กซึ่งมีรสขม สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานเพื่อช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นได้ เนื่องจากจะออกฤทธิ์สงบประสาทและทำให้เกิดอาการผ่อนคลาย

วิธีรักษารังแคด้วยดอกขี้เหล็ก
เพราะดอกขี้เหล็กมีคุณสมบัติช่วยรักษารังแคได้ดีเช่นกัน วิธีการใช้ง่ายๆ ค่ะ เพียงนำมะกรูด 2 ผลมาย่างไฟ โดยย่างให้มีรอยไหม้ตามผิวด้วย จากนั้นนำน้ำมาผสมกับดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชาแล้วปั่นรวมกันให้ละเอียด ใส่น้ำปูนใสลงไป 100 cc แล้วปั่นผสมให้เข้ากันดีอีกครั้ง จากนั้นกรองเอาแต่น้ำแล้วนำน้ำมันมะกอกมาผสม 60-100 cc เมื่อส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว ให้นำมาหมักผมก่อนสระทุกครั้งๆ ละ 20 นาทีก็จะช่วยรักษาปัญหารังแคให้ลดลงได้

สมุนไพร ‘ขี้เหล็ก’ แม้รสขม.. แต่อุดมด้วยสรรพคุณทางยา

ราก – ใช้เป็นยาถ่ายพิษไข้ แก้ไข้กลับ บรรเทาอาการหนาวร้อน ช่วยเจริญไฟธาตุ แก้ชักในเด็ก แก้ไข้พิษสำแดง แก้โรคเหน็บชา แก้โรคที่มีความเกี่ยวข้องกับธาตุและบำรุงธาตุ นอกจากนี้ ในทางภาคใต้บางจังหวัดยังนำเอารากมาผสมกับสารส้มเพื่อใช้ทาแผลฝีหนองอีกด้วย

ต้น ใช้รักษาโรคผิวหนัง เป็นยาระบาย สำหรับในส่วนของเปลือกนั้นยังใช้รักษาริดสีดวง แก้กระษัย ถอนพิษไข้ พิษเสมหะ ช่วยคลายเส้นเอ็น แก้ร้อนในกระสับกระส่ายและขับถ่ายโลหิตเสีย ในขณะที่แก่นสามารถใช้แก้กามโรค แก้ไฟ ธาตุพิการ แก้เส้น แก้กระษัย แก้อาการเหน็บชา แก้เบาหวาน แก้โรคกำเดาไหล ฟอกโลหิตในสตรีและช่วยทำให้ตัวเย็นลง

ฝัก ใช้แก้พิษไข้เพื่อปิตตะ แก้ไข้ลดเสมหะ เปลือกฝักยังช่วยแก้เส้นเอ็นพิการด่างไม้ ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้กระษัย ขับมุตกิด กัดเสมหะ กัดเถาดาน กัดเมือกมันในลำไส้ ถ่ายพิษไข้ พิษเสมหะ ถ่ายเส้นเอ็นให้หย่อนผ่อนคลายลง ถ่ายโลหิตและบำรุงน้ำดี

จริงอยู่ที่ขี้เหล็กจะมาพร้อมความขมปี๋ มันจึงเป็นผักที่คนยุคใหม่เบือนหน้าหนีไปตามๆ กัน แต่ความขมนั้นเองที่มาพร้อมสรรพคุณทางยาครบถ้วน เพราะฉะนั้น ขี้เหล็กจึงเป็นสุดยอดผักพื้นบ้านไทยที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง และเมื่อประโยชน์ของขี้เหล็กมีดีมากมายถึงเพียงนี้ ยังไงก็อย่ามองข้ามการนำมาประกอบเมนูอาหารทานกันบ่อยๆ นะคะ

Comments are closed.