เมนูอาหาร
รายการอาหาร

ผักผลไม้แก้ร้อนใน สุดยอดอาหารฤทธิ์เย็นที่หาทานง่ายจากธรรมชาติ

อาการร้อนใน เมื่อเป็นแล้วมักสร้างความทรมานให้ร่างกายเราเสมอ โดยเฉพาะแผลร้อนในที่ปากซึ่งสะสมมาจากภาวะร้อนในภายในร่างกาย โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ด้วยแล้ว อุณหภูมิในร่างกายยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะร้อนในหรือเป็นไข้ได้ง่าย วันนี้เราจึงหยิบผักผลไม้ฤทธิ์เย็นที่มีสรรพคุณแก้ร้อนในมาฝาก มาดูกันดีกว่านะคะว่าผักผลไม้แก้ร้อนในนั้นมีอะไรบ้าง

กินอาหาร

ผักที่มีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน

มะระ แม้จะเป็นผักรสขม แต่อย่างที่เราๆ ทราบกันอยู่แล้วว่ารสขมนั้นเป็นยา ซึ่งมะระก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีคุณสมบัติเป็นยาดับร้อน ช่วยถอนพิษไข้ แก้อาการกระหาย บรรเทาอาการร้อนใน แก้เจ็บคอและอาการอักเสบ

ผักปวยเล้ง นับเป็นผักใบเขียวเพื่อสุขภาพที่มีสรรพคุณทางยาเช่นกัน โดยผักปวยเล้งนั้นมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยในการขับร้อนและแก้อาการกระหายได้เป็นอย่างดี

ใบบัวบก ผักสมุนไพรเลื่องชื่ออย่างบัวบกก็เป็นผักฤทธิ์เย็นเหมือนกันนะ เพราะกินแล้วจะช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย จะนำใบสดมาคั้นน้ำดื่มหรือกินในรูปแบบแคปซูลก็ได้เช่นกันค่ะ 

ใบบัวบก

ดอกแค ผักฤทธิ์เย็นที่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการร้อนใน ลดไข้ ลดน้ำมูกและช่วยรักษาอาการปวดหัวได้ เพียงนำดอกแคมาต้มกับน้ำรับประทานหรือจะนำมาทำเมนูแกงต่างๆ ซดน้ำร้อนๆ ไปพร้อมกันก็เหมาะทีเดียว

ฟักเขียว อีกหนึ่งผักฤทธิ์เย็นที่มีสรรพคุณช่วยถอนพิษได้ ขับความร้อนภายในร่างกาย กำจัดเสมหะ ขับปัสสาวะ บำบัดอาการบวมน้ำ แก้ไอ หอบ ลดความร้อนจากในร่างกายลงได้และทำให้แผลร้อนภายในยุบลงเร็วขึ้นได้ด้วย

แตงกวา ผักที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบปริมาณมาก และน้ำก็จะทำให้ผิวหนังชุ่มฉ่ำ ช่วยปลุกความสดชื่นให้แก่ร่างกาย แตงกวานั้นเป็นผักฤทธิ์เย็นที่จะช่วยลดอุณหภูมิร้อนภายในร่างกายได้ดีทีเดียว 

แตงกวา

ชะอม ผักที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นหอมๆ ชวนให้เจริญอาหารยิ่งนัก ชะอมนั้นมีสรรพคุณช่วยลดความร้อนภายในร่างกายและช่วยขับลมออกจากลำไส้ได้

สะเดา ผักรสขมอีกหนึ่งชนิดที่มีสรรพคุณทางยาสูงลิบไม่แพ้ผักอื่นๆ สำหรับสะเดานั้นหากต้องการรับประทานเพื่อช่วยลดอาการร้อนในหรือดับพิษร้อนภายในร่างกาย แนะนำให้เอายางของสะเดามารับประทานค่ะ นอกจากนี้ ในส่วนของยอดอ่อนและดอกก็ยังสามารถนำมากินเป็นผักจิ้มน้ำพริกได้อย่างอร่อย แถมยังให้สรรพคุณช่วยขับความร้อนในร่างกายลงได้อีกด้วย

ตำลึง ผักริมรั้วหาทานง่ายอย่างตำลึง มีสรรพคุณดับร้อนในร่างกาย ช่วยลดไข้และเป็นยาระบายอ่อนๆ จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพอย่างมากทีเดียว คนที่ท้องผูกบ่อยๆ บอกเลยห้ามพลาด! 

ตำลึง

ถั่วเขียว อาหารดีเพื่อสุขภาพที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากถั่วเขียวมีฤทธิ์ช่วยขับอาการร้อนใน ดับกระหายและช่วยขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี

รากบัว รากบัวมีสรรพคุณช่วยลดไข้ แก้อาการร้อนใน บำรุงโลหิตและกระตุ้นการเจริญอาหาร

หัวไชเท้า ผักสีขาวเปี่ยมคุณค่าทางอาหาร มาพร้อมคุณสมบัติในการล้างพิษภายในร่างกาย ช่วยดับพิษร้อน ขับปัสสาวะ บำรุงไตและละลายนิ่วได้ 

ผลไม้ที่มีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน

ผลไม้ที่มีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน

มังคุด ผลไม้สรรพคุณทางยาสูง โดยเฉพาะฤทธิ์ที่ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ มังคุดยังมีส่วนช่วยลดความร้อนในร่างกาย แก้กระหายน้ำ และยังช่วยเพิ่มเมือกในลำไส้ รวมถึงกระเพาะอาหาร จึงดีต่อระบบขับถ่ายอย่างมากทีเดียว

แตงโทย ผลไม้รสหวานที่ช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย ช่วยดับกระหาย ขับปัสสาวะและเป็นยาระบายอ่อนๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ส้มโอ ผลไม้ฉ่ำน้ำที่มีคุณสมบัติช่วยในการขับสารพิษ ดีต่อการขับถ่าย ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ถอนพิษไข้ได้เป็นอย่างดีและยังช่วยแก้อาการท้องอืดได้ด้วย 

ส้มโอ

หล่อฮั้งก้วย ให้นำมาต้มดื่มก็จะช่วยแก้อาการร้อนใน ดับกระหายน้ำ ช่วยขับเสมหะ แก้ท้องผูก ดีต่อผู้ที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบและหืด

ลองกอง ผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบ มาพร้อมสรรพคุณทางยา โดยช่วยจะลดความร้อนในร่างกาย ช่วยแก้อาการร้อนในและเพิ่มความชุ่มคอ

มะเฟือง ผลไม้ไทยที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยได้กินกันเท่าไรนัก แต่สรรพคุณของมะเฟืองนั้นเลอค่ามากทีเดียว เพราะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายลงได้ ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ บรรเทาอาการไอ แก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยโรคไตควรเลี่ยงที่จะรับประทาน 

มะเฟือง

มะตูม ให้นำมะตูมมาต้มดื่ม สรรพคุณของมะตูมนั้นจะช่วยแก้อาการร้อนใน ย่อยอาหาร แก้อาการท้องเสีย ช่วยเจริญอาหารและขับเสมหะ

กระเจี๊ยบ ช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ บรรเทาอาการไอและช่วยลดความดันโลหิตได้

แม้ว่าผักผลไม้เหล่านี้จะมีสรรพคุณเป็นยาฤทธิ์เย็นที่ดีต่อสุขภาพ แต่จะดีกว่ามั้ยคะหากเราจะหันมารับมือกันที่ต้นเหตุด้วยการพยายามหลีกเลี่ยงจากปัจจัยในการเกิดอาการร้อนในต่างๆ เช่น การกินอาหารทอดๆ มันๆ การอดนอน นอนดึก ความเครียด ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นทำให้เกิดอาการร้อนในได้เป็นอย่างดี รู้แบบนี้แล้ว เราก็หันมารับมือกันอย่างถูกต้องด้วยการป้องกันไม่ให้เกิดอาการร้อนในกันดีกว่า

Comments are closed.