เมนูอาหาร
รายการอาหาร

‘ขนมถ้วย’ ขนมไทยที่รวยไปด้วยรสหวานอร่อย

ขนมถ้วยเป็นอาหารว่างหวานของคนไทยที่นิยมทำทานกันมาอย่างช้านานแล้วเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเปนที่นิยมสำหรับคนขนมหวานไทยหลายคนอีกด้วย ในบรรดาสาวๆ ที่รักหุ่นสวยหากทานแล้วอาจจะมีบ้างที่ทำให้น้ำหนักขึ้น เพราะส่วนผสมหลักส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยแป้ง น้ำกะทิและน้ำตาลที่ให้ความหวาน แต่หากใครไม่กลัวอ้วนก็ทานกันได้เลยอย่างจุใจ ขณะเดียวกัน เพื่อรักษาเชฟของเราไปในตัวก็ควรออกกำลังกายไปด้วยเป็นประจำ เท่านี้ก็ทำให้เรามีความสุขกับการทานของอร่อยได้ทุกวันแล้วค่ะ วันนี้อาหารว่าง.com ก็นำวิธีทำขนมไทยมาเสนอแม่บ้านทั้งหลายอีกเช่นเดิม หลายคนที่อยากรู้วิธีทำแต่ยังทำไม่เป็น อย่ารอช้ากันดีกว่านะคะ มาดูวัตถุดิบ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำขนมถ้วยไปพร้อมกันเลยค่ะ

snack_022 (Custom)

วัตถุดิบและส่วนผสมสำหรับ 15-18 ถ้วยเล็ก
— แป้งข้าวจ้าว 80 กรัม
– แป้งท้ายยายม่อม 5 ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาลปี๊ป 100 กรัม
– น้ำใบเตย 300 มิลลิลิตร

ส่วนผสมสำหรับหน้าขนมถ้วย
— แป้งข้าวจ้าว 3 ช้อนโต๊ะ
– เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
– กะทิ 250 มิลลิลิตร

cottage-cheese-1113tm-pic-1752 (Custom)

อุปกรณ์ในการทำ
— ที่นึ่ง
– ชามผสม
– กระชอน
– ถ้วยตะไลหรือถ้วยอื่นๆ ที่มีขนาดเล็ก

ขั้นตอนการทำ
1. นำแป้งท้าวยายม่อมและแป้งข้าวจ้าวมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำใบเตยลงไปทีละน้อย พร้อมกับนวดด้วยมือจนกว่าแป้งไม่เป็นเม็ด
2. นำน้ำตาลปี๊ปใส่ลงไปขยำให้เข้ากันและจนกว่าน้ำตาลปี๊ปละลาย จากนั้นจึงเติมน้ำใบเตยในส่วนที่เหลืออยู่ลงไปผสมเพิ่ม แล้วกรองด้วยกระชอนตาถี่แล้วพักไว้
3. นำน้ำกะทิในปริมาณ 1/3 ใส่ลงไปในแป้งข้าวจ้าว นวดจนกระทั่งแป้งละลายไม่เป็นเม็ดๆ เหลืออยู่
4. ใส่เกลือป่นลงไปผสมให้เข้ากันดี จากนั้นใส่น้ำกะทิที่เหลือลงไปแล้วกรองด้วยกระชอนตาถี่แล้วพักไว้เช่นกันค่ะ
5. เอาถ้วยลงนึ่งภายในซึ้ง 15 นาที จากนั้นนำส่วนผสมของใบเตยมาเทลงใส่ในถ้วย 3/4 ถ้วย แล้วปิดฝานึ่งด้วยไฟแรง 15 นาทีต่อไป

snack_120 (Custom)

6. เติมในส่วนของกะทิลงไปเพื่อทำเป็นหน้าขนมจากนั้นปิดฝานึ่งโดยใช้ไฟแรง 10 นาที
7. นำขนมออกมาวางพักให้เย็นและอยู่ตัวดีก็ถือเป็นอันเสร็จแล้วค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากที่ทราบกันแล้วว่าวิธีการทำต่างๆ มีอะไรบ้าง หวังว่าการทำขนมไทยหวานอร่อยอย่างขนมถ้วยจะกลายเป็นเรื่องที่ทำง่ายมือมากขึ้น และอย่าลืมนะคะเพื่อการทานขนมหวานอย่างอร่อย ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาบ่อยๆ เราควรหมั่นออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานไปพร้อมกัน เท่านี้สุขภาพก็ดีได้ดั่งใจแบบไม่ต้องหวั่นว่าขนมหวานๆ จะทำให้เป็นโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานตามมาได้แล้วค่ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น